สาระน่ารู้เกี่ยวกับป้ายทะเบียนรถ

ในยุคปัจจุบันนี้มีสภาพการจราจร รวมไปถึงมีรถยนต์ออกใหม่จำนวนมากในทุกๆปี ทำให้หลายท่านที่ออกรถมาใหม่มีความต้องการต่อทะเบียนสวยประจำปี วันนี้จึงได้อธิบายการต่อทะเบียนรถแบบง่ายๆสำหรับมือใหม่หัดต่อทะเบียนสวยมาบอกกัน

ขั้นแรก ต้องรู้ก่อนเลยว่าทำไมถึงต้องต่อทะเบียนสวยยนต์(การต่อภาษีรถยนต์) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กฎหมายบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องต่อในทุกๆปี ซึ่งท่านสามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน แต้ถ้าเกิดการลืม ต่อล่าช้า หรือไม่ไปต่อจะเกิดผลที่ตามมา ดังนี้

- ถ้าต่อทะเบียนรถยนต์ล่าช้าจำเป็นต้องเสียภาษี1 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือนของค่าต่อทะเบียน
- ถ้าไม่ต่อทั้งทะเบียนและ พ.ร.บ. รถยนต์ ปรับไม่เกิน 20000บาท รถไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10000บาท ใช้รถที่ไม่มีการจดทะเบียนมีโทษปรับไม่เกิน 10000บาท และ ถ้าใช้รถที่ไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษี มีโทษปรับไม่เกิน2000บาท
- ถ้าท่านขาดต่อทะเบียนเกิน 3ปี รถของท่านจะถูกระงับการใช้งานทันที และต้องไปเสียค่าปรับย้อนหลัง รวมไปถึงต้องทำเรื่องจดทะเบียนรถใหม่

ขั้นที่2 เอกสารที่ท่านต้องใช้ในการต่อทะเบียนรถ จะเป็นสำเนาสมุดทะเบียนรถ (จะมีรายละเอียดลักษณะของรถและข้อมูลของเจ้าของรถ) หลักฐานการทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ(ที่ยังไม่หมดอายุ ) หลักฐานต่อมาจะเป็นใบรับรองการตรวจสภาพรถ(กรณีที่จดทะเบียนรถมาแล้ว 7 ปีขึ้นไป)

ขั้นที่ 3 ต้องทราบว่ารถของท่านนั้นต้องเสียภาษีเท่าไหร่ซึ่งอัตราการเสียภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทของรถ รุ่นอะไร ขนาดของเครื่องยนต์ น้ำหนักรถเท่าไหร่ หรืออายุรถ


- ป้ายทะเบียนรถที่มีพื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีดำ
จะขึ้นอยู่กับ CCของรถและ อายุการใช้งาน เช่น 600ซีซีๆ ละ 0.05บาท , 601-1800 ซีซีๆละ 1.50บาท, เกิน1800ซีซีๆละ 4.00บาท หรือจะเป็นรถเก่าที่ใช้งานมานานเกินกว่า5ปี จะมีอัตราการลดภาษี ปีที่ 6 ลดร้อยละ10 ปีที่7 ลดร้อยละ 20 ปีที่8 ลดร้อยละ 30 เป็นต้น
- ป้ายทะเบียนรถที่มีพื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีเขียว
การคำนวณภาษีจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของรถคันนั้น เช่น รถมีน้ำหนัก 501-750 กิโลกรัม อัตราภาษี 450บาท ,รถมีน้ำหนัก 751-1000 กิโลกรัม อัตราภาษี 600บาท, รถน้ำหนัก 1001-1250 กิโลกรัม อัตราภาษี 750บาท จนถึง รถน้ำหนัก2001-2500 กิโลกรัม อัตราภาษี 1650บาท

ขั้นตอนที่ 4 จะเป็นการตรวจสภาพรถ เพื่อให้ได้ใบ ตรอ. ที่ใช้รับรองว่ารถของท่านว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ รถที่ต้องมีการตรวจ คือรถที่มีการใช้งานเกิน 7 ปี รถจักรยานยนต์เกิน 5 ปีขึ้นไป ราคาค่าตรวจ ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ คันละ 60บาท รถยนต์ที่มีน้ำหนักที่ไม่เกิน 2000กิโลกรัม จะคิดคันละ 200บาท และ รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถที่เกิน 2000 กิโลกรัมจะคิดคันละ 300บาท

ขั้นที่ 5 สถานที่ที่สามารถไปต่อทะเบียนรถได้ มีดังนั้น กรมการขนส่งทางบก ,ที่ทำการไปรษณีย์ , เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไฟแนนซ์